<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การตลาดพิชิตใจสูงวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบในปี 2568 ทำให้กระแสต่างๆ หันมาสนใจเทรนด์การดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทอาหาร ที่ต่างก็พัฒนาเพื่อเน้นตอบโจทย์กลุ่มดังกล่าวมากขึ้น หรือแม้แต่ธุรกิจบริการก็พยายามเพิ่มพื้นที่ รองรับผู้สูงอายุมากกว่าในอดีต เพราะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่กำลังจะมีขนาดเพิ่มขึ้น และมีกำลังซื้อสูงไม่น้อยเลยทีเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยประเทศไทยมีประชากรทั้งหมด 64.5 ล้านคน เป็นผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 9.4 ล้านคน คิดเป็น 14.5% ของประชากร โดยเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 5 แสนคน และคาดว่าภายในปี 2568 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ซึ่งจะมีประชากรผู้สูงอายุประมาณ 14.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกิน 20% ของประชากรทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับในช่วงที่ผ่านมามีหลายผลสำรวจที่ต้องการเจาะใจพฤติกรรมของผู้บริโภคสูงวัยเกิดขึ้น หนึ่งในนั้นคงเป็นของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ที่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลผลการวิจัยการทำการตลาดกับกลุ่มผู้สูงอายุ พบว่าสื่อที่ผู้สูงอายุมีการใช้งานมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. Line 50% 2.โทรทัศน์ 24% และ 3.Facebook 16% โดยสื่อที่ผู้สูงอายุใช้เพื่อเข้าถึงโฆษณาน้อยที่สุด ได้แก่ หนังสือพิมพ์ ตามมาด้วย ยูทูบ (YouTube) และเว็บไซต์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ รูปแบบโฆษณาที่เข้าถึงมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ โฆษณาทีวี (TVC) วิดีโอคลิป รูปภาพ บทความ และ&amp;nbsp; Infographic ตามลำดับ ขณะเดียวกันจากการวิจัยยังพบว่า ผู้สูงอายุ 93% รู้จักและรู้วิธีการใช้งาน Search Engine เพื่อการสืบค้นข้อมูลอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการวิจัยการตลาดกับกลุ่มผู้สูงอายุ 55-70 ปี จำนวน 604 คน พบว่าสื่อที่มีการใช้งานมากที่สุด 3 อันดับแรก ในกลุ่มผู้สูงอายุ ได้แก่ อันดับ 1 แอปพลิเคชันไลน์ (Line) เนื่องจากใช้งานง่ายในการติดต่อสื่อสาร โดยเมื่อเจาะลึกลงไปพบว่าเมื่อผู้สูงอายุอ่านเนื้อหาที่ชื่นชอบ จะใช้การส่งสติกเกอร์แทนการพิมพ์ข้อความตอบโต้ เนื่องจากไม่ถนัดในการพิมพ์ทีละตัวอักษร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่อันดับที่ 2 เป็นโทรทัศน์ สื่อดั้งเดิมที่ยังคงมีอิทธิพลต่อผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุคิดเป็น 61% เปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้โดยไม่มีการเปลี่ยนช่อง และเปิดไว้เป็นเพื่อนเพื่อคลายเหงา และอันดับที่ 3 Facebook ผู้สูงอายุมองว่า Facebook นั้นใช้งานยากกว่า Line เวลาจะแชร์ข้อมูลให้ผู้อื่นต่อ ก็ไม่แน่ใจว่าจะกดปุ่มใด ส่วนการเข้าถึงหรือการรับสื่อในรูปแบบของการโฆษณา ยังพบว่าเป็นสื่อโทรทัศน์ เพราะพฤติกรรมของผู้สูงอายุที่เปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ ดูไปเรื่อยๆ ไม่เปลี่ยนช่อง ทำให้โอกาสที่จะได้รับข้อมูลทางการตลาดโดยการฟังหรือการมองเห็นภาพนั้นมีมากกว่าสื่อในช่องทางอื่นๆ โดยการโฆษณาบนโทรทัศน์มักมีทั้งภาพและเสียงไปพร้อมกัน ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกตื่นเต้นและจูงใจ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน การเข้าถึงโฆษณาผ่าน LINE ผู้สูงอายุจะชอบใช้สติกเกอร์ฟรี เมื่อกดแอด Line แล้ว ผู้สูงอายุบล็อก Line ไม่เป็น เมื่อมีโฆษณาผ่านช่องทางนี้ ทำให้ผู้สูงอายุจำเป็นต้องรับข้อมูลทางการตลาดผ่านสื่อ Line ไปโดยปริยายนั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาต่อกันที่เฟซบุ๊ก แม้จะถูกมองว่าการใช้ยุ่งยากมากกว่าเมื่อเทียบกับสื่ออื่น แต่เหตุผลที่ผู้สูงอายุมักชื่นชอบช่องทางนี้ เนื่องจากมีเนื้อหาหลากหลายที่น่าสนใจ แต่ผู้สูงอายุมักไม่ทราบว่าเนื้อหาที่ตนเองสนใจนั้นเป็นการสื่อทางการตลาดหรือโฆษณาในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งการโฆษณาของเฟซบุ๊กสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) ได้ ทำให้เวลาผู้สูงอายุเข้าใช้เฟซบุ๊กก็จะเห็นโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับตนเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นเทรนด์เบื้องต้นของการทำตลาดผู้สูงอายุแบบนี้แล้ว ผู้ประกอบการรายใดที่สนใจเจาะกลุ่มดังกล่าว ก็เก็บไว้เป็นข้อมูล เพื่อพิชิตใจสูงวัยให้มาเลือกซื้อสินค้าและบริการของตนเอง เพราะการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นที่กล่าวถึงกันมาสักพักหนึ่งแล้ว เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจ เนื่องจากมีเงินเก็บที่เตรียมจะใช้จ่ายสูง ใครทำการตลาดได้ตรงใจ ก็ย่อมมีโอกาสมากกว่า.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รุ่งนภา&amp;nbsp; สารพิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18244</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บุญยิ่ง คงอาชาภัทร, มหาวิทยาลัยมหิดล, รุ่งนภา  สารพิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2018 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าสัวซีพี...เมืองไทยยังมีแต่โอกาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0in 0in 8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0in 0in 8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มต้นศักราชใหม่ 2561 ด้วยความคึกคักจากฝั่งตลาดหุ้น หลังจากเปิดซื้อขายวันแรก 3 มกราคม 2561 ก็ทำสถิติใหม่ปิดที่ 1,778.53 จุด เป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์นับตั้งแต่เปิดซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2518 โดยปรับขึ้น 24.82 จุด หรือ 1.42% จากสิ้นปี 2560 ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมปรับขึ้นสูงสุดเป็น 18.17 ล้านล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 88,076.86 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0in 0in 8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับเป็นการเปิดม่านปีจอที่คึกคักอยู่ไม่น้อย ลงความเห็นกันว่าได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในประเทศ หลังมีการประเมินกันว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวไม่น้อยกว่า 4% ในมุมมองของเอกเชนรายใหญ่ &amp;ldquo;ธนินท์ เจียรวนนท์&amp;rdquo; ประธานกรรมการอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือกลุ่มซีพี เจ้าสัวค่อนข้างมองบวกว่ารัฐบาลชุดนี้จะผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศไทยโตไม่ต่ำกว่า 4% เผลอๆ อาจเกินกว่านั้นด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0in 0in 8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมมีความเชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้ ว่าจะทำให้จีดีพีมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 4% หรือเกินกว่าระดับดังกล่าว เพราะเศรษฐกิจในประเทศเพื่อนบ้านหรืออาเซียน หลายประเทศก็ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของไทย อย่างในเวียดนามก็ชอบสินค้าของไทย กัมพูชา สปป.ลาว แม้กระทั่งมาเลเซียที่ติดอยู่แผ่นดินไทย พม่ากำลังเติบโตมากขึ้น รวมแล้วในอาเซียน 600 กว่าล้านคน เป็นที่ยอมรับว่าเป็นภูมิภาคที่กำลังเติบโต ขณะที่อเมริกาก็มองว่าจะดีขึ้น เราเองก็จะมีโอกาสขายสินค้าไปอเมริกามากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0in 0in 8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยากให้รัฐบาลทำอะไรมากสุด...เจ้าสัวซีพีระบุต่อว่า &amp;nbsp;ตอนนี้ผู้มีรายได้น้อยที่สุดของประเทศคงไม่พ้นชาวเกษตรกร ตอนนี้ยางก็ไม่มีราคา ปาล์มก็เช่นเดียวกัน เหลือแต่ข้าวโพดที่โรงงานอาหารสัตว์ต้องซื้อราคาแพง ข้าวก็ถูก ยังพอมีพวกทุเรียน มะพร้าวอ่อน กะทิ ที่ยังเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะชาวต่างชาติอย่างมะพร้าวก็ขายให้คนจีน ฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทยก็รู้จักแกงต่างๆ ขนมไทยก็มีโอกาสขายทั่วโลก &amp;ldquo;เราไม่ได้นอนหลับ ผมกำลังพัฒนา มีที่ไหนเมืองไทยต้องไปซื้อมะพร้าวจากต่างประเทศ ทั้งที่เรามีดินฟ้าอากาศปลูกได้ดีกว่า ทำไมไม่ส่งเสริมให้ปลูกพืชชนิดอื่น มะพร้าว ทุเรียน กล้วยหอม ข้าวหอมมะลิ ที่ปลูกข้าวราคาถูกให้เปลี่ยนเป็นผลไม้เหล่านั้นแทน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0in 0in 8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมองว่าการเกษตรเป็นทรัพย์สมบัติที่งอกจากบนแผ่นดิน เรียกว่าน้ำมันบนดิน สินค้าเกษตรน่าจะมีความสำคัญยิ่งกว่าน้ำมันอีก เพราะเลี้ยงชีวิตมนุษย์ น้ำมันเลี้ยงชีวิตเครื่องจักร แล้วใครสำคัญกว่ากัน? เกษตรถือว่าเป็นทรัพย์สมบัติของชาติ แก้ปัญหาเกษตรอะไรเกินปลูกน้อยลง อะไรขาดก็ต้องปลูก ทุเรียนขาด ยางราคาถูก แต่คิดว่าน้ำมันราคาแบบนี้เขาจะผลิตน้อยลง ยางเทียมจะน้อยลง แต่หากปลูกยางแล้วรายได้น้อย อยากให้ปลูกทุเรียน ที่ผ่านมากรุงเทพฯ คึกคัก แต่ต่างจังหวัดไม่ใช่ เพราะราคาสินค้าเกษตร ส่วนตัวแล้วมีความหวังมาก เพราะชอบมองโลกในแง่ดี และคิดว่าคงจะไม่ผิดพลาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0in 0in 8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกเรื่องคงเป็นอีกเรื่องอีอีซี ถ้าเกิดทำให้เกิดขึ้นจริงประเทศไทยคงไม่ได้เติบโตแค่ 4 หรือ 5% เผลอๆ 7-8% ต้องเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษดึงคนเก่งทั่วโลกเข้ามา ตอนนี้เมืองไทยสร้างคนไม่ทันแล้ว เอาคนเก่งมาสร้างคนไทย วันนี้เมืองไทยเริ่มเนื้อหอม ทั่วโลกอยู่สัก 1-2 ปีแทบไม่อยากกลับ &amp;ldquo;ตัวผมเองไม่ว่าจะไปไหนก็อยากจะกลับมาเมืองไทย เขาว่าประชาชนยิ้มแย้มแจ่มใส น่าอยู่ ชอบการท่องเที่ยวด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0in 0in 8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากผลักดันให้อีอีซีสำเร็จ 3 จังหวัดรวมกันจะใหญ่กว่าสิงคโปร์ เอายุค 4.0 มาใส่ เอากฎหมายมาทำให้เข้ากัน สำคัญอยู่ที่กฎหมาย รัฐบาลต้องกล้าหาญ ยังเสนอเลยว่าให้เช่า 99 ปีจะเป็นไรไป เขามาลงทุนแล้วขนกลับบ้านได้ไหม? ก็คงไม่ได้ ไม่ได้เสียหายอะไร คุณเอาเงินมาลงในบ้านผม แล้วขนกลับไม่ได้ มาสร้างงาน สร้างโอกาสให้คนไทย เขารู้สึกว่าซื้อขาด 99 ปี เขาพอใจเราก็พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0in 0in 8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องของค่าเงินบาทตอนนี้ต้องบอกว่าแข็งเกินไป การส่งออกลำบาก คิดว่าอ่อนกว่านี้คงดี อาจเอาเงินบาทซื้อดอลลาร์เลย รับรองว่ายูเอสจะแข็งขึ้น แล้วบาทจะอ่อนลง การส่งออกจะดีขึ้น และสุดท้ายบาทจะอ่อนลงอีกแน่นอน เพราะเศรษฐกิจอเมริกาจะดีขึ้น ก็เอาดอลลาร์ไปขาย เอาเงินบาทกลับคืนมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0in 0in 8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านการผลิตแรงงานภายในประเทศที่มองว่าคนไทยเก่ง มีความสามารถ อยู่ที่นโยบายจะให้ความรู้ พวกหนุ่มสาวที่จะเติบโตยุค 4.0 ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่เรื่องที่ไม่รู้ทำสำรวจได้เลยโลกจะขาดแคลนคนชนิดไหน ก็ต้องตั้งหลักสูตรสอนส่งเสริมการขายความรู้ความสามารถของคนไทยไปยังต่างประเทศ คนไทยนิสัยดีทำงานที่ไหนคนก็ชอบ แต่การไปต่างประเทศไม่ใช่เป็นคนงาน ต้องมีความรู้ อย่างปัญญาภิวัฒน์ ก่อนที่จะสอนหลักสูตรอะไร ต้องดูว่าตลาดต้องการคนแบบไหน ออกหลักสูตรสอน สร้างคนที่เหมาะกับสังคม ไม่ใช่แค่ผลิตคนมาเยอะ แต่ไม่มีใครจ้างงาน ถ้าไม่มีคนจ้างก็อย่าผลิต ส่วนตัวมองแต่โอกาสในเมืองไทย ขึ้นอยู่กับนโยบาย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0in 0in 8pt&quot;&gt;รุ่งนภา&amp;nbsp; สารพิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/676</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไรเงา, รุ่งนภา  สารพิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a96cb0c4b9.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
